What’s in My Space? : เปิดพื้นที่ เปิดมุมมอง กับ ‘MM. Kosum’ และศิลปะที่ไม่จำกัดรูปแบบ
ท่ามกลางห้องสตูดิโอที่ไม่รกแต่ไม่โล่งจนเกินไป ห้อมล้อมด้วยต้นไม้เย็นๆ แต่ยังอบอุ่น เราได้มาเปิดบทสนทนาอันค่อยเป็นค่อยไปกับ ‘MM. Kosum’ หรือ ‘เอ็มเอ็ม โกสุม’ ศิลปินผู้เรียกได้ว่าผลิตผลงานออกมาหลากหลายรูปแบบ รูปทรง และรูปลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็นภาพวาดกับหนังสือภาพที่สร้างขึ้นด้วยเทคนิคอันผสมผสาน และงานปั้นเซรามิกชิ้นน้อยใหญ่ นับเป็นงานศิลปะร่วมสมัยที่เรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยเรื่องราวและประสบการณ์ที่ถ่ายทอดผ่านสายตาของมนุษย์คนหนึ่ง ผู้มองเห็นคุณค่าของการใช้ชีวิต จนถึงความสวยงามของธรรมชาติ
จากนักศึกษากราฟิกดีไซน์ที่ค้นพบตัวตนในวิจิตรศิลป์ สู่ศิลปินที่ได้จัดแสดงผลงานมากมาย การเดินบนเส้นทางที่เต็มไปด้วยแคนวาส กระดาษลัง ดินปั้น สี สเปรย์ ฯลฯ ทั้งหมดถูกกลั่นกรองออกมาเป็นชิ้นงานที่จับต้องได้ จัดวางในแกลเลอรีและห้องสตูดิโอแห่งนี้ให้พวกเรารับชมกัน

วันหนึ่งของเอ็มเอ็มเป็นยังไงบ้าง
จริงๆ แล้วชีวิตของเราก็ไม่ได้มีรูทีนอะไร แต่ช่วงนี้เข้ามาที่สตูดิโอบ่อยๆ เพราะกำลังจะมีโชว์ (หัวเราะ) ปกติถ้าไม่อยู่ที่บ้านก็จะออกไปข้างนอก ขับรถไปเที่ยวต่างจังหวัด ชมธรรมชาติบ้าง เพื่อที่จะพาตัวเองไปเปิดหูเปิดตา หาแรงบันดาลใจใหม่ๆ แล้วก็เข้าสตูดิโอเวลาที่คิดในหัวแล้วว่าจะวาดอะไร
ถ้าให้แนะนำตัวเอง เราจะแนะนำตัวเองว่าอะไร
Multidisciplinary artist ก็น่าจะใกล้เคียงกับสิ่งที่ทำอยู่ค่ะ เอาเข้าจริงก็ไม่ได้แปะป้ายว่าตัวเองเป็นใคร แต่ก็ตรงกับคำว่าศิลปินมากกว่าคำนิยามอื่นๆ สิ่งที่เราทำอาจจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามช่วงวัย แล้วก็จะชอบผสมผสานแต่ละอย่างเข้าด้วยกัน อย่างเวลาวาดรูปด้วยดินสอก็จะอยากเติมสเปรย์ สีอะคริลิค พาสเทลเข้าไปด้วย
กว่าจะมาเป็นเอ็มเอ็ม โกสุม เราทำอะไรมาก่อนบ้าง
สมัยเรียนมหา’ลัย เราเรียนเรื่องกราฟิกดีไซน์ แต่สนใจ Illustration มากกว่า และมองเห็นตัวเองในเส้นทางนี้ เราก็เลยเรียนคอร์ส Fine art เพิ่ม เมื่อก่อนก็ยังหาสไตล์ของตัวเองไม่ค่อยเจอ แต่พอทำมาเรื่อยๆ มันก็พัฒนามาเป็นผลงานที่เห็นทุกวันนี้ อย่างเมื่อก่อนอาจจะชอบวาดการ์ตูนญี่ปุ่น แต่พอได้ลองเทคนิคต่างๆ ใช้สีหรือกระดาษแบบที่ไม่เคยใช้ เราก็ยิ่งค้นพบตัวเองที่ชอบเรื่องของพื้นผิวของงานวาด มันก็เลยกลายมาเป็นตัวเราในทุกวันนี้
เล่าเรื่องราวของสตูดิโอนี้ให้ฟังหน่อยว่าเป็นมายังไง
เราเริ่มทำสตูดิโอนี้เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งมันเป็นบ้านเก่าอายุ 50 ปีที่ต้องซ่อมแซมอะไรเยอะเหมือนกัน เราก็ค่อยๆ ทำมาเรื่อยๆ และเลือกห้องที่เห็นพระอาทิตย์ตกสวยที่สุดมาเป็นห้องทำงาน มันทำให้เรารู้สึกเหมือนได้ไปในที่ต่างๆ เวลาองศาของแดดเปลี่ยนทิศด้วย อย่างเวลาที่พระอาทิตย์ย้อมสีห้องให้กลายเป็นสีส้ม เหลืองอมส้ม หรือว่าสีม่วง เราวาดรูปไป ฟังเพลงไป ดูพระอาทิตย์ตกไป บางครั้งก็มองสิ่งที่เกิดขึ้นข้างนอกผ่านหน้าต่าง ไอเดียก็จะแล่นเข้าหัวมาให้วาดเพิ่มอีก
ตรงโซนหนึ่งของห้อง เราใช้พื้นที่นั้นในการทำงานบนกระดาษกับสิ่งพิมพ์ แต่จริงๆ แล้วก็ไม่ได้เจาะจงว่าต้องทำอะไรตรงไหน เราค่อนข้างที่จะให้อิสระตัวเองในการทำงาน แต่แบ่งโซนเซรามิกที่จะมีฝุ่น กับโซนกระดาษที่ต้องทำให้สะอาดพอสมควร แต่บางครั้งก็มีเวลาที่เซรามิกมาอยู่บนโต๊ะนะ (หัวเราะ)

สไตล์การทำงานของเราเป็นแบบไหน
มันจะมีช่วงที่เราต้องสร้างผลงานขึ้นมา ซึ่งเป็นช่วงที่เราต้องการใช้สมาธิอยู่คนเดียวในสตูดิโอเพื่อเรียบเรียงความคิดในหัว แต่ก่อนจะเริ่ม เราก็ต้องพาตัวเองออกไปข้างนอกหรือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคนอื่นๆ บ้างเหมือนกัน บางครั้งก็จะเก็บพวกหินกับไม้กลับมาจากการเที่ยว (หัวเราะ) อย่างไม้ที่อยู่ในห้องก็เก็บจากชายหาดมาทำเป็นโคมไฟ สนุกดีเหมือนกันค่ะ จริงๆ ที่จัดห้องแบบนี้ก็อาจจะเพราะเราชอบทะเล จึงอยากให้มันมีบรรยากาศเหมือนอยู่บนชายหาด
“เราเปิดพื้นที่ตรงนี้ให้เพื่อนมาแชร์กัน พอแต่ละคนมีภูมิหลังชีวิตที่แตกต่าง เราก็ชอบเวลาที่ได้มานั่งพูดคุยแลกเปลี่ยนแล้วปั้นนู่นปั้นนี่ไปด้วยกัน”

ระหว่างพื้นที่โล่งกับพื้นที่แคบๆ แต่อบอุ่น เอ็มเอ็มมองว่าตัวเองชอบแบบไหนมากกว่า
เราชอบความว่างเปล่านะ อาจจะเพราะพื้นที่ว่างๆ นั้นทำให้สมองเราคิดอะไรได้ด้วย บางครั้งภาพในหัวของเราก็จะรก รู้สึกว่าสมองรก เราก็เลยอยากจะสร้างอะไรที่ดูสบายหูสบายตา แต่ละคนก็อาจจะมองงานของเราไม่เหมือนกัน จึงอยากเหลือพื้นที่ว่างให้ได้คิดเพิ่มกันด้วยค่ะ
ในแง่ของการทำงานก็คล้ายกัน เราชอบที่จะเคลียร์ความคิดเก่าออกไปให้โล่งก่อนที่จะเริ่มโปรเจกต์ใหม่ แต่แน่นอนว่าของตกแต่งในห้องก็ยังเก็บไว้เหมือนเดิมนะ อย่างผลงานที่เราสร้างเอาไว้ตั้งแต่จัดแสดงครั้งแรก ทุกวันนี้ก็ยังเก็บเอาไว้ที่เดิม
ถ้าอย่างนั้น การจัดแสดงผลงานแต่ละครั้งของเราจะเริ่มจากอะไร
เริ่มจากการทำ Roadmap ขึ้นมาและทำมันไปเรื่อยๆ มั้ง (หัวเราะ) เราจะมีสมุดสเก็ตช์เล็กๆ เอาไว้พกไปข้างนอกด้วย จากนั้นถึงจะเอาสิ่งที่สเก็ตช์มาขยายเป็นภาพใหญ่ จะเห็นได้ว่างานที่อยู่ในห้องนี้ส่วนใหญ่จะเป็นภาพวาด ซึ่งวาดมาจากสิ่งที่เห็นรอบๆ บ้าน สิ่งที่เราชอบหรือสนใจในช่วงนั้น หรืองานปั้นที่เราทำเอาไว้ แต่ละอย่างอาจจะดูแรนด้อม แต่สุดท้ายมันก็ออกมาเป็นภาพซีรีส์ที่เล่าเรื่องของมันไปด้วย ในขณะเดียวกันก็ทิ้งช่องเอาไว้ให้ผู้ชมมองมันในมุมของตัวเอง